ข่าวประชาสัมพันธ์

เปิดผลศึกษาข้าวยั่งยืนลดทุนลดมลพิษเพิ่มรายได้ตปท.ต้องการ

ม.ขอนแก่น เผยผลศึกษา ข้าวยั่งยืน เพิ่มรายได้ กษ. - ลดต้นทุน-ลดมลพิษวอนรัฐหนุนขยาย พท.ปลูกเพิ่ม ป้อนตลาดต่างประเทศ

  

คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นำเสนอผลการศึกษา แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่อโครงการการขยายผลการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) และนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องสำหรับการผลิตข้าวยั่งยืนระดับจังหวัด โดยการพัฒนาขอนแก่นโมเดลข้าวยั่งยืน เพื่อเพิ่มรายได้ของเกษตรกรและลดก๊าซเรือนกระจก ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น  โดยมี นางสาวภาวดี   ใจเอื้อ   ผอ.สำนักส่งเสริมการใช้ประโยชน์และการพัฒนาธุรกิจ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) เป็นประธานเปิดงาน ณ ห้อง Lotus Suite 7 ชั้น 22 โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร

 

 

รศ.ภูมิสิทธิ์ มหาสุวีระชัย หัวหน้าโครงการฯ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า ข้าวยั่งยืน ปลูกและเก็บเกี่ยวตามมาตรฐานการผลิตข้าวที่ยั่งยืน (Sustainable Rice Platform : SRP)  โดยองค์การสหประชาชาติ สถาบันวิจัยข้าวนานาชาติ (International Rice Research Institute :IRRI) และประเทศสมาชิกเครือข่าย ได้ร่วมจัดทำมาตรฐาน เพื่อแก้ปัญหาการปลูกข้าวไม่ถูกวิธีส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ การเอาน้ำไปขังในนาเป็นเวลานาน เกิดก๊าซมีเทน  การเผาตอซังส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน  การปลูกข้าวแบบยั่งยืน (SRP) ให้ประโยชน์เชิงบวกถึง 3 มิติ ด้านเศรษฐกิจ - เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน เพิ่มกำไร   ด้านสังคม-ดูแลแรงงาน ความปลอดภัยของชาวนา และด้านสิ่งแวดล้อม - ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ โครงการศึกษา ได้รับทุนสนับสนุนจาก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)

 

โครงการขอนแก่นโมเดลข้าวยั่งยืน เริ่มตั้งแต่ปี 2567 ในปี 2568 ขยายการดำเนินการเต็มรูปแบบ ในจังหวัดขอนแก่น มีเป้าหมาย 73 หมู่บ้าน ใน 3 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอพระยืน อำเภอพล อำเภอหนองสองห้อง  รวม 952 ครัวเรือน เกษตรกรต้นแบบ 105 คน พื้นที่เพาะปลูก 13,150 ไร่ การศึกษาพบว่า ข้าวหอมมะลิ SRP ให้ผลผลิตเฉลี่ย 313 กก./ไร่  ส่วนข้าวที่ปลูกแบบดั้งเดิม (Conventiona Rice Practice : CRP) ให้ผลผลิต 292 กก./ไร่  ต้นทุนการปลูกข้าวแบบ SRP เฉลี่ย 10.57 บาท / กก. ขณะที่ข้าวหอมมะลิปลูกแบบ CRP มีต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 11.58 บาท/กก.   สำหรับข้าวเหนียว SRP ผลผลิตเฉลี่ย 334 กก./ไร่ ส่วนข้าวเหนียว CRP ให้ผลผลิตเฉลี่ย 269 กก./ไร่ ต้นทุนการผลิตข้าวเหนียวแบบ SRP เฉลี่ย 11.91 บาท/กก. ส่วนการปลูกแบบ CRP ต้นทุน 15.83 บาท/กก.

การศึกษาพบว่าข้าวหอมมะลิที่ปลูกแบบ SRP จะได้กำไรเพิ่มขึ้นจากการปลูกข้าวแบบดั้งเดิม ประมาณ 500-700 บาทต่อไร่ ส่วนข้าวเหนียว จะได้กำไรเพิ่มขึ้น ประมาณ 800 - 1,000 บาทต่อไร่  การปลูกแบบ SRP ยังช่วยลดการปล่อยก๊าซมลพิษได้ถึง 70% และลดก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 3 เท่า เมื่อเทียบกับแนวทางปฏิบัติทั่วไป ในปี 2568 โดยลดการปลดปล่อยของก๊าซมีเทน

 

แผนการขยายผลการใช้ขอนแก่นโมเดลข้าวยั่งยืน ปี 2569-2571 ในปี 1-2-3 จะขยายพื้นที่เป็น 25,000 เป็น 100,000 และ 350,000 ไร่ ตามลำดับ  พัฒนาเกษตรกรต้นแบบให้ได้ 1,000 คน มีเกษตรกรเข้าร่วม 3,200 เป็น 11,000 และ 30,000 ครัวเรือน คาดการณ์ปริมาณขาย 5,000 ตัน  20,000 ตัน และ 73,000 ตัน ตามลำดับ

 

รศ.ภูมิสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า  พื้นที่เข้าร่วมโครงการ 12,000 ไร่ ผ่านการรับรองมาตรฐาน SRP ซึ่งเป็นมาตรฐานโลก ส่งออกต่างประเทศได้ ขณะนี้ยังเป็นตลาดต่างประเทศทั้งหมด ปีที่ผ่านมามีกำลังการผลิตข้าว SRP 1,500 ตันข้าวเปลือก ยังไม่พอต่อความต้องการของตลาดต่างประเทศ ทั้งสหภาพยุโรป หรือ สหรัฐอเมริกา ฯลฯ

 

“ข้อมูลจากสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย มีผู้นำเข้าข้าวจากอียูรายหนึ่ง เดิมนำเข้าข้าวจากไทย18,000 ตัน ปัจจุบันต้องการเปลี่ยนเป็นข้าว SRP ทั้งหมด จะเห็นได้ว่าความต้องการจากอียูเพียงบริษัทเดียว กำลังการผลิตยังไม่พอ ตลาดข้าว SRP มีโอกาสเติบโตและมีอนาคต จึงอยากให้ทุกภาคสนับสนุน ผลักดันการปลูกข้าว SRP เพราะหลายประเทศ  ต้องการข้าวที่ปลูกแบบยั่งยืนมากขึ้น” รศ.ภูมิสิทธิ์ กล่าว

 

รศ.ภูมิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การขยายการปลูกข้าวแบบ SRP ต้องทำให้เกษตรกรเปลี่ยนการปลูกแบบดั้งเดิม (CRP) มาเป็นการปลูกแบบยั่งยืน (SRP) ภาครัฐต้องสร้างแรงจูงใจให้กับเกษตรกร อาจสนับสนุนสินเชื่อโดยตรง หรือ มาตรการช่วยเหลือด้านต่างๆ เข้ามาเสริม การเชื่อมต่อไปยังหน่วยงานภาคการศึกษาและภาคเอกชนก็มีส่วนสำคัญ โดยภาคการศึกษามีองค์ความรู้เข้ามาช่วยเสริม เชื่อว่าภาคเอกชนจะเข้าร่วม ทั้งนี้ อาจต้องมีแรงจูงใจจากภาครัฐในการดึงภาคเอกชนเข้ามาช่วยสนับสนุน อาทิ มาตรการด้านภาษี และอื่นๆ

 

 

# Sustainable Rice Platform : SRP