วช.จัดฟูลออปชั่น นวัตกรรม รับมือน้ำท่วมเชียงราย ทั้งบลอกเชน เอไอ อากาศยานไร้คนขับ ระบบเฝ้าระวังดินถล่ม ชุมชนรู้ทันน้ำ อุตุฯคาดการณ์ ปีนี้ฝนน้อยกว่าค่าปกติ 20% แต่สิงหาคมนี้ กระหน่ำ 60-80% อาจมีน้ำหลาก ท่วมฉับพลัน

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประชุมเตรียมความพร้อมและแถลงข่าวรวมพล! นวัตกรรมเตรียมรับมืออุทกภัย จังหวัดเชียงราย ที่ศาลากลางจังหวัด เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569
มีการนำเสนอบทบาทของวิจัยและนวัตกรรมในการรับมืออุทกภัย โดย รศ. ชูโชค อายุพงศ์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผศ.ดร.อังกูร ว่องตระกูล จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา นายจรัสพันธ์ อรุณคง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ดร.ภูชีวันท์ สุริยะวงศ์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผศ. ดร.ณัฐพล รังสฤษดิ์วรการ จากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักรกฤษณ์ คณารีย์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ผู้แทนเครือข่ายการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อรับมืออุทกภัยในพื้นที่

นวัตกรรมเตรียมรับมืออุทกภัย ที่นำมาแสดงประกอบด้วย
-ระบบการเตือนภัยน้ำท่วมในเขตเมือง โดย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย
-นวัตกรรม FloodBoy: ระบบเฝ้าระวังน้ำท่วมด้วย Blockchain และ AI และ แผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมและการปรับปรุงคันกั้นน้ำ โดย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
-นวัตกรรม ระบบเฝ้าระวังดินถล่ม โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
-นวัตกรรม อากาศยานไร้คนขับเพื่อการบริหารจัดการภัยพิบัติ โดย สมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ
-นวัตกรรม กระบวนการชุมชนรู้ทันน้ำและ Hydro Vision Plus AI โดย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย
รศ. ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผอ.แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. ประเด็น น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด วช. กล่าวว่า แพลตฟอร์มบูรณาการอัจฉริยะเพื่อการบริหารจัดการบรรเทาสาธารณภัยระดับชาติ ได้รับการพัฒนาเพื่อยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติผ่านการบูรณาการข้อมูล การเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน และการสั่งการไว้ในระบบเดียว ใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่และข้อมูลอุทกวิทยาเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการประเมินสถานการณ์ ควบคู่กับการประยุกต์ใช้หลักการ EOC (Emergency Operations Center =ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน) และ ICS ((Incident Command System =ระบบบัญชาการเหตุการณ์) เพื่อให้การตัดสินใจและการสื่อสารเป็นไปอย่างมีเอกภาพ เชื่อมโยงกับโครงข่ายแจ้งเตือนระดับประเทศ
นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่าบทเรียนอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2567 จังหวัดได้เตรียมมาตรการป้องกันและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างต่อเนื่อง ทั้งการอพยพ การจัดตั้งศูนย์พักพิง การค้นหาและกู้ภัย ในปี 2569 แม้จะเกิดฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากหลายพื้นที่ แต่ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของ วช. และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้ช่วยการเฝ้าระวัง การตัดสินใจ และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ช่วยให้ประชาชนติดตามรับมือสถานการณ์ได้ทันท่วงที
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผอ.สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่าผลงานวิจัยที่นำมาใช้ประกอบด้วย ระบบเตือนภัยน้ำท่วม ระบบเฝ้าระวังดินถล่ม เทคโนโลยีติดตามระดับน้ำแบบเรียลไทม์ ระบบวิเคราะห์ พยากรณ์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ อากาศยานไร้คนขับสำหรับสำรวจพื้นที่ประสบภัย ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติ ลดความสูญเสีย และเสริมสร้างความพร้อมของชุมชนและหน่วยงานในพื้นที่ผ่านการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

กรมอุตุนิยมวิทยา คาดหมายลักษณะอากาศเดือนสิงหาคม โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อาจมีฝนฟ้าคะนอง 60-80%ของพื้นที่อาจก่อให้เกิดให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง https://www.tmd.go.th/forecast/monthly
การคาดหมายลักษณะอากาศในระยะ 3 เดือน (สิงหาคม-ตุลาคม) คาดว่า ปริมาณฝนรวมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 20
ภาคเหนือมีปริมาณฝนรวมประมาณ 400 – 500 มิลลิเมตร (ค่าปกติ 575 มม.)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 450 - 550 มิลลิเมตร(ค่าปกติ 633 มม.)
ภาคกลาง ประมาณ 450 - 550 มิลลิเมตร (ค่าปกติ 570 มม.) กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประมาณ 650 - 750 มิลลิเมตร (ค่า
ปกติ 781 มม.) ต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 10
ภาคใต้ฝั่งตะวันออก ปริมาณฝนรวมต่ำกว่าค่าปกติร้อยละ 10 (ประมาณ 400 - 500 มิลลิเมตร (ค่าปกติ 532 มม.)
ภาคตะวันออก ปริมาณฝนรวมใกล้เคียงค่าปกติ ประมาณ 800 – 900 มิลลิเมตร (ค่าปกติ 856 มม.)
ภาคใต้ฝั่งตะวันตกปริมาณฝนรวมสูงกว่าค่าปกติร้อยละ 5 ประมาณ 1,200 - 1,300 มิลลิเมตร (ค่าปกติ 1,215 มม.)