TECE ศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้า รวมพลังทุกภาคส่วนกู้ชีพผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยรอด-โตต่อได้ในยุค EV พลิกเกมอุตสาหกรรมชิ้นส่วนฯ สร้างโอกาสใหม่ด้วยนวัตกรรม
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย (TECE) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดสัมมนา Open Innovation for EV Battle ชิ้นส่วนยานยนต์ไทย…ต้องรอด ที่โรงแรมดุสิต ปริ้นเซส ศรีนครินทร์ กรุงเทพ เมื่อวันที่21 สิงหาคม 2568 เพื่อระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผลักดัน เสริมสร้างขีดความสามารถการแข่งขันให้ผู้ประกอบการชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
นายสุพจน์ สุขพิศาล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ในการแข่งขัน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และรองเลขาธิการสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย กล่าวว่าตลาดรถยนต์ยังไม่ฟื้นตัว ผู้ประกอบการต่างเผชิญความท้าทาย ผลประกอบการลดลง และต้องรักษาสถานะ ไม่ให้กระทบต่ออุตสาหกรรม ที่มีแรงงานกว่า 700,000 คนทั่วประเทศ ไทยควรรักษาการเป็นฐานการผลิตเครื่องยนต์สันดาปภายใน (Future ICE) ขยายตลาดส่งออกยานยนต์และอะไหล่ทดแทน ไปยังประเทศที่ยังใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน รวมถึงรถไฮบริด พร้อมกับสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ภายใต้นโยบาย Zero Emission EV หรือ ZEV 30@30 สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า กับต้องผลักดัน Parts Transformation ให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนปรับตัวไปสู่อุตสาหกรรมอื่น เช่น ระบบราง เครื่องมือแพทย์ หรือเกษตรกรรม ประเทศไทยยังขาดปัจจัยสำคัญ คือ การแข่งขันด้านราคาด้วยการลดต้นทุนกว่า 30% และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตชิ้นส่วน ความพร้อมการด้านผลิตชิ้นส่วน ทั้งยังต้องการบุคลากรและผู้ประกอบการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic parts) สำหรับยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อสร้างความพร้อมให้แก่ภาคอุตสาหกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ
นายตรีพล บุญยะมาน รองผอ.สถาบันยานยนต์ กล่าวว่าการสำรวจความต้องการชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จากผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทย ผู้ผลิตรถยนต์ 6 ราย มีความต้องการชิ้นส่วนในประเทศรวม 97 รายการ เกือบครึ่งเป็นชิ้นส่วนสำคัญในกลุ่ม ระบบยานยนต์สมัยใหม่ (Powertrain) โดยเฉพาะผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศกลุ่ม Electric Powertrain ซึ่งยังไม่เคยผลิตมาก่อน เช่น กลุ่มEnergy Storage System (ระบบกักเก็บพลังงาน) และ Motor/Generator (มอเตอร์/เครื่องกำเนิดไฟฟ้า)รวมถึงข้อกำหนดมาตรฐานเฉพาะของชิ้นส่วนในกลุ่ม Electric Powertrain ประกอบกับโอกาสจากภาครัฐ จากนโยบาย EV3.0/3.5 ซึ่งกระตุ้นตลาดและการผลิตให้เปลี่ยนผ่านไปสู่ยานยนต์สมัยใหม่มากขึ้น ปัจจุบันอุตสาหกรรมอยู่ในช่วงการผลิตในประเทศ (Localization) ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าทยอยตั้งโรงงานผลิตและกำลังมองหาผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศมากขึ้น
ดร.ศราวุธ เลิศพลังสันติ รองผอ.ศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย (TECE) และรองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช.กล่าวว่าได้กำหนดแผนงานวิจัยและพัฒนาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของผู้ผลิตไทย โดยศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้า (TECE) ร่วมมือกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยในการวิจัยและพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตชิ้นส่วน Common parts เดิมกับรถยนต์สันดาปภายใน (ICE) ให้แข่งขันด้านราคาได้ การขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ (Vendor List) ของผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าจากจีนได้อย่างเร่งด่วน ยกระดับผู้ประกอบการเข้าสู่การผลิตชิ้นส่วนหลักของยานยนต์ไฟฟ้า เช่น Battery Management System (BMS), Drive Control Unit (DCU) และ Inverter การดำเนินการนี้ไม่เพียงช่วยสร้างความพร้อมของผู้ประกอบการไทยในการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของผู้ผลิตจีน แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อให้ประเทศไทยรักษาฐานการผลิตยานยนต์ในระดับโลก ควบคู่กับการพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีขั้นสูงอย่างยั่งยืน
ดร.ศราวุธ ระบุว่า การเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานของผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าจากจีน (OEM) ในประเทศไทย ก่อให้เกิดทั้งโอกาสและความท้าทายต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ผู้ผลิตชิ้นส่วนไทยยังเผชิญข้อจำกัดสำคัญหลายประการ ได้แก่ ขาดเทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัย ต้นทุนการผลิตสูง และประสิทธิภาพการผลิตที่ยังไม่ตอบโจทย์การแข่งขัน อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ไทย จำเป็นต้องปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ พัฒนาประสิทธิภาพการผลิต การลงทุนด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ และการยกระดับทักษะบุคลากร ให้แข่งขันและมีส่วนร่วมในห่วงโซ่การผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว
ดร.สุมิตรา จรสโรจน์กุล ผอ.ศูนย์ความเป็นเลิศด้านยานยนต์ไฟฟ้าประเทศไทย (TECE) และผอ.ศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ (ENTEC) สวทช.กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทานของไทย โดยเฉพาะผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจประเทศมาอย่างยาวนาน สวทช. จึงจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างเวทีกลาง ‘Open Innovation’ เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับเทคโนโลยี นวัตกรรม แหล่งทุน และเครือข่ายนักวิจัย เพื่อร่วมกันหาทางออกและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ”
#ยานยนต์ไฟฟ้า # Zero Emission EV # EV # Future ICE
0