ประกาศ”ปฏิญญากระบี่“ (Krabi Declaration) ในการประชุมระดับนานาชาติครั้งที่ 2 เพื่อความเป็นเอกภาพ และการอยู่ร่วมกัน (Second United and Present International Gathering) ภายใต้หัวข้อ “การเจริญสติ ความเมตตากรุณา และสุขภาวะร่วมกันของมนุษยชาติ” (Contemplative Practices,Compassion and Collective Well-Being)

ปิดฉากลงไปแล้วด้วยความสำเร็จของการประชุมระดับนานาชาติครั้งที่ 2 เพื่อความเป็นเอกภาพ และการอยู่ร่วมกัน (Second United and Present International Gathering) ภายใต้หัวข้อ ‘การเจริญสติ ความเมตตากรุณา และสุขภาวะร่วมกันของส่วนรวม’ (Contemplative Practices, Compassion and Collective Well-Being) จัดขึ้นโดยสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ” (OHCHR) ร่วมกับ “สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980” และ“องค์กรพันธมิตรธรรมะ” (Dharma Alliance) ระหว่างวันที่ 12-14 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมโซฟิเทล โภคธรา จ.กระบี่

ช่วงสุดท้ายของการประชุมระดับนานาชาติ “United&Present”ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 14 ตุาคม มีการประกาศ ”ปฏิญญากระบี่“ (Krabi Declaration) : การเจริญสติ ความเมตตากรุณา และสุขภาวะร่วมกันของมนุษยชาติ
l. บริบทและความเป็นมาสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ร่วมกับสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 และองค์กรพันธมิตรธรรมะ (Dharma Alliance) ร่วมกันจัดงานประชุมนานาชาติ United & Present ครั้งที่ 2 ว่าด้วยแนวการเจริญสติ ความเมตตากรุณา และสุขภาวะร่วมกันของสังคม ณ จังหวัดกระบี่ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 12 ถึง 14 ตุลาคม พ.ศ. 2569
ระลึกถึง ข้อมติข้าหลวงใหญ่สมัชชาสหประชาชาติที่ 79/137 ซึ่งประกาศให้มี "วันสมาธิโลก" (World Meditation Day) โดยยอมรับว่าการฝึกสมาธิและภาวนาเป็นสัจธรรมสากลที่ปรากฏในทุกวัฒนธรรมและภูมิภาคทั่วโลก ซึ่งมีส่วนสำคัญยิ่งต่อการเกื้อกูลสุขภาพและสุขภาวะของมนุษยชาติ

ยินดีต่อการเปิดตัว "สมาพันธ์สิทธิมนุษยชนโลก" โดยข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 เพื่อผสานความร่วมมือระหว่างภาคส่วน วัฒนธรรม และวัย ในการเสริมสร้างเสวนาและพลังแห่งการร่วมมือเพื่อสิทธิมนุษยชน
รับทราบรายงาน United & Present ปี 2568 ในหัวข้อ ความเป็นสากลของการเจริญสมาธิ และรายงานประจำปี 2569 ที่กำลังจะเผยแพร่ ในหัวข้อ การเจริญสมาธิ ความเมตตากรุณา และสุขภาวะร่วมกันของสังคม
ตระหนักถึง ความหลากหลายของแนวปฏิบัติภูมิปัญญาทางจิต ทั้งในมิติศาสนา จริยธรรม ปรัชญา ภูมิปัญญาชนเผ่าพื้นเมือง วัฒนธรรม และวิถีทางโลก ซึ่งต่างมีศักยภาพในการเกื้อกูลสุขภาวะทั้งส่วนบุคคลและส่วนรวม
ยืนยันว่า ความเป็นสากลของการเจริญสมาธิมิใช่ความเหมือนกันไปเสียหมด หากแต่มรดกอันล้ำค่าของมนุษยชาตินี้ดำรงอยู่ในความหลากหลายของสายธารธรรม ซึ่งแต่ละประเพณีปฏิบัติต่างมีภูมิปัญญา ปรัชญา ศีลธรรม และวิถีชุมชนในการเข้าถึงธรรมอันเป็นเอกลักษณ์

สำนึกในองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองอันทรงคุณค่าของสายธารธรรมต่างๆ ชนเผ่าพื้นเมือง นักวิจัย ผู้ปฏิบัติธรรม และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
เน้นย้ำ ความสำคัญของความเมตตากรุณา ความเข้าใจซึ่งกันและกัน การสัจจะเสวนา และการเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพื่อการปกป้องและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน
ตระหนักถึง คุณค่าของการเสวนา การวิจัย และความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง และขยายผลคุณประโยชน์ของการเจริญจิตตภาวนาและความเมตตาต่อสุขภาวะของสังคม
ll. ข้อสรุปและข้อเสนอแนะผู้เข้าร่วมการประชุมตามปฏิญญากระบี่ ได้ร่วมกันแสดงข้อสรุปและข้อเสนอแนะ ดังนี้:
1. เชิดชูคุณค่าของวันสมาธิโลก (World Meditation Day)ให้เป็นกรอบความร่วมมือสากลในการสร้างความตระหนักรู้ การเสวนา และความร่วมมือด้านการเจริญสติ โดยเคารพในความแตกต่างหลากหลายของแต่ละสายธารธรรมและบริบทสังคม ซึ่งถือเป็นบ่อเกิดแห่งความลุ่มลึกและสติปัญญาร่วมกัน
2. ส่งเสริมการเสวนาอย่างครอบคลุม ระหว่างศาสนิกชน ผู้สืบทอดภูมิปัญญาแห่งวิถีธรรม ชนเผ่าพื้นเมือง นักวิจัย และผู้ปฏิบัติวิถีทางโลก เพื่อร่วมกันถอดบทเรียนและแบ่งปันมุมมองเรื่องความเมตตากรุณา ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสุขภาวะของสังคม
3. ตระหนักถึงพลังแห่งภูมิปัญญาทางจิตและความเมตตา ในการขับเคลื่อนงานสิทธิมนุษยชน โดยช่วยบ่มเพาะการรับฟังด้วยใจ (Deep Listening) ความเห็นอกเห็นใจ การเสวนาเพื่อสันติ การตระหนักในจริยธรรม และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

4. สนับสนุนการวิจัยและการเสวนาต่อยอด ถึงผลของการเจริญสมาธิภาวนาและภูมิปัญญาทางจิต ต่อสุขภาวะส่วนบุคคลและสังคม ทั้งในมิติการปลูกฝังความเมตตากรุณา การสมานสัมพันธภาพ การสร้างความเข้าใจอันดี และการขับเคลื่อนสังคมที่สงบสุขและเปิดรับความหลากหลาย โดยอิงอาศัยทั้งฐานงานวิจัยและประสบการณ์ตรงแห่งการปฏิบัติธรรม
5. ส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างองค์กรทางศาสนาและสายธารธรรม สถาบันการศึกษา บุคลากรด้านสิทธิมนุษยชน และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างการเรียนรู้ข้ามศาสตร์และนำธรรมะไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
6. สนับสนุนการสร้างสรรค์ขุมทรัพย์ปัญญาที่เข้าถึงง่าย ผ่านทางศูนย์เรียนรู้ดิจิทัล (United & Present Digital Hub) เพื่อรวบรวมแนวทางการปฏิบัติอันหลากหลาย ให้บุคคลและองค์กรสามารถนำไปปรับใช้ตามวิถีและบริบทของตน
7. เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยเฉพาะกลุ่มชนเผ่าพื้นเมือง เยาวชน และตัวแทนจากสายธารธรรมและชุมชนต่างๆ จากทุกมุมโลก
8. สานต่อความร่วมมือในโครงการ United & Present โดยนำผลการเสวนา ณ จังหวัดกระบี่ ไปตกผลึกเป็นรายงานประจำปี 2569 งานวิจัย ภาคีเครือข่าย และกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อส่งเสริมการนำสมาธิและความเมตตากรุณามาเกื้อหนุนสุขภาวะของสังคมและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนสืบไป

ผู้เข้าร่วมประชุมขอแสดงความขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งต่อ สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษชนแห่งสหประชาชาติ หรือ OHCHR, สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 หรือ BGVI และองค์กรพันธมิตรธรรมะ Dharma Alliance ที่ได้ร่วมกันจัดงานประชุมครั้งนี้ และขอบคุณผู้เข้าร่วมทุกท่านที่ได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และสติปัญญามาร่วมงานเสวนาในครั้งนี้.