นวัตกรรมจากนักวิจัยแม่โจ้ สู้วิกฤติพลังงาน ค่าครองชีพพุ่งสูง ชวนป้ออุ๊ย แม่อุ๊ย ชุมชนสารภี เชียงใหม่ เพาะเห็ดโคนน้อย ได้ผลแล้วแบ่งใส่ถุง ขี่จักรยานเร่ขายตามบ้าน ตลาด เป็นวิถีพึ่งพาตนเอง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากเติบโตยั่งยืน

_0.jpg)
หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ชวนทำความรู้จักอาชีพหนึ่งในชุมชนอำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ ทำง่าย ต้นทุนต่ำ ขอเพียงแรงกาย พลังใจ และจักรยานหรือมอเตอร์ไซค์คู่ใจก็เริ่มต้นได้ทันทีด้วยการปั่นจักรยานขายเห็ดโคนน้อย ซึ่งเป็นการรวมตัวของ “ป้ออุ๊ย แม่อุ๊ย” หรือกลุ่มผู้สูงอายุที่อยากหารายได้เสริม ปั่นจักรยานหรือขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไปเก็บเห็ดโคนน้อยสดจากโรงเรือนเพาะเลี้ยงของผู้ประกอบการชุมชนหรือครัวเรือนเพาะเลี้ยงในราคาส่งประมาณ 100 บาทต่อกิโลกรัม แล้วแบ่งใส่ถุงเล็ก ๆ พ่วงกับรถตระเวนขายตามบ้านและตลาดชุมชน สร้างกำไรส่วนต่าง 20-30 บาทต่อกิโลกรัม

แก๊งปั่นจักรยานเหล่านี้ คือ ผู้กระจายสินค้า (Distributor) รายย่อยที่เป็นข้อต่อใหม่ ในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ผลผลิตของโครงการสร้างศูนย์สร้างงานและกระจายรายได้ให้แก่เศรษฐกิจฐานรากผ่านธุรกิจการเพาะเห็ดโคนน้อย ภายใต้กรอบวิจัยการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการในพื้นที่ บนฐานทรัพยากรพื้นถิ่น สร้างเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ ปีงบประมาณ 2567 โดยการสนับสนุนของหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ ภายใต้การกำกับของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (รวพ.)
 และ ผศ.เพ็ญวรัตน_0.jpg)
“โมเดลแก๊งปั่นจักรยานเป็นการดึงจุดแข็งของพื้นที่ ที่เป็นชุมชนกึ่งเมืองกึ่งชนบท พื้นที่ราบ เดินทางสะดวก มีตลาดชุมชนรองรับ ความสัมพันธ์ของชุมชนไปมาหาสู่กันเป็นปกติอยู่แล้ว มาช่วยกระจายสินค้าเข้าถึงครัวเรือนได้ง่ายขึ้น แทบไม่ต้องเสียต้นทุนด้านพลังงานเลย” ดร.วุฒิพงษ์ ฉั่วตระกูล มหาวิทยาลัยแม่โจ้ หัวหน้าโครงการฯ กล่าว

คณะวิจัยวิจัยยังพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกรและกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอสารภี และอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ ไปสู่การสร้างงาน สร้างอาชีพ การกระจายรายได้ในชุมชน ด้วยการจ้างงานผู้สูงอายุและเยาวชน ทำก้อนเชื้อเห็ด ส่งเสริมการเพาะเห็ดในครัวเรือนเพื่อลดรายจ่าย ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการชุมชน พัฒนา ยกระดับเป็นนักนวัตกรรมและผู้ประกอบการชุมชนท้องถิ่น เพิ่มขีดความสามารถการผลิตแม่เชื้อและก้อนเชื้อ ที่ช่วยให้เกษตรกรและครัวเรือนผู้เพาะเลี้ยงมีแหล่งจัดหาก้อนเห็ดราคาถูก เพิ่มปริมาณการใช้วัตถุดิบและทรัพยากรภายในท้องถิ่น ช่วยลดต้นทุนและภาระหนี้สินอย่างเป็นระบบ


ดร.วุฒิพงษ์ กล่าวว่าภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ทำให้มองเห็นความสำคัญของการส่งเสริมธุรกิจชุมชนและการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้เข้มแข็ง การเพาะเห็ดโคนน้อยซึ่งเป็นพืชพื้นถิ่นคือ ความมั่นคงทางอาหารของชุมชนในยุคข้าวยากหมากแพง ช่วยลดค่าใช้จ่ายครัวเรือนได้จริง เนื่องจากเห็ดโคนน้อยเพาะเลี้ยงง่าย ใช้พื้นที่น้อย เก็บผลผลิตได้ไวภายใน 7 วัน สอดคล้องกับ นายสรพงษ์ ฟองมี ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรเพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืนบ้านหนองแฝก อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ นวัตกรผู้ประกอบการชุมชน ที่ระบุว่า พื้นที่เพียงแค่ 2 ตารางเมตรรอบบ้านก็เพาะเห็ดโคนน้อยได้ถึง 200-300 ก้อน ทำให้ครัวเรือนมีรายได้จากการเพาะเห็ดขายประมาณ 150-200 บาทต่อรอบการผลิต ชาวบ้านสามารถเพาะไว้บริโภคเองโดยไม่ต้องพึ่งพาทรัพยากรจากภายนอก หรือจะต่อยอดเพาะขายเพื่อสร้างเป็นรายได้เสริมให้ครอบครัวก็ได้


ภาพของป๊ออุ๊ย แม่อุ๊ยที่เพาะ-เก็บ-ปั่นจักรยานขายเห็ดโคนน้อยในชุมชนอำเภอสารภี จึงไม่ใช่เพียงเรื่องราวของการหารายได้เสริมยามว่าง แต่เป็นภาพสะท้อนของห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจการเพาะเห็ดโคนน้อยของชุมชน เป็นโอกาสการสร้างงาน สร้างอาชีพ กระจายรายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน เป็นนวัตกรรมแห่งการพึ่งพาตนเอง ปลดล็อกศักยภาพของชุมชนให้บริหารจัดการทรัพยากรในท้องถิ่น เปลี่ยนให้เป็นภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งเพื่อรับมือและก้าวผ่านสถานการณ์โลกที่ผันผวนในปัจจุบันได้อย่างมั่นคง
#ความมั่นคงทางอาหารของชุมชน