ยศชนัน นำทีม อว.ปฏิบัติภารกิจเกาหลีใต้ ชวน Startup Accelerator ขนวิสาหกิจเริ่มต้นกว่า 70 บริษัทมาจัดงาน Astream ที่ประเทศไทยปลายปีนี้ มีข้อแม้ให้โอกาสสตาร์ตอัปไทย พร้อมการเจรจาชวนลงทุน-แลกเปลี่ยน AI การแพทย์- ดันฐานปล่อยอวกาศยาน ยกระดับระบบสาธารณสุข บริการสุขภาพเจาะตลาดอาเซียน

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. และข้าราชการระดับสูง ซี่งอยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจช่วงวันที่ 22-23 กรกฎาคม 2569 เจรจาเชิงรุกกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนชั้นนำของเกาหลีใต้ เพื่อดึงดูดการลงทุนและยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี โดยมีนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง, นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการ รมว.อว.ร่วมคณะ
ภารกิจที่น่าสนใจ คือการเยือน บริษัท Y&Archer จำกัด กิจการ Startup Accelerator ระดับแนวหน้าของเกาหลีใต้ มีการหารือนำสตาร์ตอัปเกาหลีกว่า 70 บริษัทมาจัดงาน Astream ที่ประเทศไทยช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะเป็นเวทีจับคู่ธุรกิจและดึงเม็ดเงินจาก Venture Capital สนับสนุนผู้ประกอบการไทย โดย ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่าไม่ใช่การอำนวยความสะดวกฝั่งเดียว ได้ขอให้ทาง Y&Archer เปิดเวทีให้ 'สตาร์ตอัปไทย' ได้ขึ้น Pitch นำเสนอธุรกิจต่อหน้านักลงทุนเกาหลีด้วย เพราะเมื่อเขามาเติบโตในบ้านเราได้ สตาร์ตอัปไทยก็ต้องมีโอกาสไปเติบโตในตลาดของเขาได้เช่นเดียวกัน สิ่งที่ทำให้มั่นใจคือ กองทุนของเขายังมีเม็ดเงินอีกมากที่พร้อมลงทุน การมาไทยช่วงปลายปีนี้จึงมีทั้งการลงทุน พร้อมกับเครือข่ายทั้งด้านเทคโนโลยีและช่องทางการตลาดระดับโลก นี่คือจิ๊กซอว์ที่สตาร์ตอัปไทยต้องการมากที่สุดในการก้าวออกสู่เวทีโลก

ในเวลาต่อมา ได้เข้าหารือกับผู้บริหารระดับสูงของ KT Corporation ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI เต็มรูปแบบ (Network, Cloud, Edge Data Center) เพื่อเตรียมจัดตั้ง Joint Working Group ด้าน AI Literacy ระหว่างสองประเทศ และเตรียมลงนาม MOU ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ เพื่อใช้ไทยเป็นสนามทดลองจริง (Testbed) ด้าน Physical AI ขยายสู่อาเซียน โดยศ.ดร.ยศชนัน อธิบายว่า KT มีโครงการที่น่าสนใจคือ AIVLE School บูทแคมป์ AI ระดับชาติของเกาหลี สามารถผลิตบุคลากรคุณภาพเข้าสู่บริษัทยักษ์ใหญ่ได้แล้วกว่า 3,230 คน เมื่อได้นำเสนอนโยบาย 'AI for ALL' ของไทยให้ทางเกาหลีรับทราบ ก็เห็นตรงกันทันทีว่า โมเดลนี้นำมาต่อยอดกับประเทศไทยได้แน่นอน โดยหารือกันใช้ประเทศไทยเป็นสนามทดลอง ทั้งโครงการนำร่องร่วมกับภาคอุตสาหกรรม การทำวิจัยร่วมกัน เป้าหมายคือการใช้ไทยเป็นฐานขยายธุรกิจสู่ตลาดอาเซียนที่มีประชากรกว่า 600 ล้านคน

คณะเดินทางไปศึกษาดูงานแพลตฟอร์ม AI บูรณาการ (SNUH.AI) และการแพทย์แม่นยำ (SNUH Polaris) ที่ Seoul National University Hospital (SNUH) โรงพยาบาลศูนย์กลางระดับชาติที่เก่าแก่และเป็นผู้นำด้าน Medical AI ของเกาหลีใต้ โดยไทยและเกาหลีใต้จะรแลกเปลี่ยนฐานข้อมูล (Data Exchange) ระหว่างกลุ่มโรคเขตร้อนของไทยกับข้อมูลเชิงลึกของเกาหลี ศ.ดร.ยศชนัน ได้ฉายภาพผลลัพธ์ว่าเมื่อผู้ป่วยต้องย้ายโรงพยาบาล ข้อมูลจะตามไปทันที ไม่ต้องตรวจซ้ำ หรือต้องคอยถือแฟ้มประวัติอีกต่อไป เกาหลีมีฐานข้อมูลที่โรงพยาบาลไทยไม่มี ในขณะที่ประเทศไทยเรามีข้อมูลกลุ่มโรคเขตร้อนจำนวนมหาศาล ทั้งไข้เลือดออก มาลาเรีย และวัณโรค ซึ่งเกาหลีต้องการมาก การจับมือกันครั้งนี้จึงเป็น Win-Win Situation ที่จะทำให้ AI ทางการแพทย์ของทั้งสองประเทศเรียนรู้และฉลาดขึ้นอย่างก้าวกระโดด

คณะผู้แทนไทยได้เข้าหารือกับ นางนัม อิน-ซุน (Madam Nam In-soon) รองประธานสภาแห่งสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อยกระดับความร่วมมือระดับรัฐบาลสู่รัฐสภา ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการผลักดันกฎหมายและงบประมาณสนับสนุนโครงการดาวเทียมและกิจการอวกาศ ปัจจุบันหน่วยงานอวกาศเกาหลี (KASA และ KARI) กำลังช่วยไทยศึกษาการจัดตั้ง Spaceport ต่อยอดสู่งานวิจัยด้านวงโคจรต่ำและวิทยาการหุ่นยนต์

คณะได้เข้าร่วมงาน Thailand-Korea Business Forum: Biohealth, Medtech, Wellness, and Future Food เวทีดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและสร้างเครือข่ายนวัตกรรมระดับนานาชาติ ซึ่ง ศ.ดร.ยศชนัน ได้กล่าวปาฐกถาเชิญชวนภาคเอกชนเกาหลีใต้มาร่วมลงทุน ด้วยโมเดลความร่วมมือ 4 มิติ ทั้งการตั้งศูนย์บ่มเพาะร่วมกัน การร่วมทุนในสตาร์ตอัปไทย การวิจัยร่วมที่ได้สิทธิประโยชน์จาก BOI และการใช้ไทยเป็นฐานเจาะตลาดอาเซียน ผลักดันให้เกิด Medical and Wellness Innovation Hub ของภูมิภาคเอเชีย