ข่าวประชาสัมพันธ์

ล้ำเกินต้าน!สตาร์ตอัปเหนือโชว์นวัตกรรม 'AI-VR-ถั่งเช่า' ทะยานสู่ตลาดโลก

สตาร์ตอัปเด่นภาคเหนือโชว์นวัตกรรมสุขภาพและเด็ก ทำเงินกว่า 4,660.22 ล้านบาท บางอย่างน่าทึ่ง ระบบติดตามผู้ป่วยไมเกรนพร้อมปรึกษาแพทย์ทางไกล VR พัฒนาทักษะเข้าสังคมสำหรับเด็กออทิสซึม เตรียมขยายผลจำหน่าย บริการทั้งในประเทศ-เวทีโลก

 

นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ ประธานคณะกรรมการติดตามติดตามและประเมินผลการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม เยี่ยมชมโครงการวิจัยและนวัตกรรมของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สนช.) ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยศ. ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผอซสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) เข้าร่วม

 

ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผอ. สนช. กล่าวว่า ผลการประเมินโครงการนวัตกรรมรายภูมิภาคแก่กลุ่มเอสเอ็มอี สตาร์ทอัป และวิสาหกิจเพื่อสังคมในปี 2566-2567 มีมูลค่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมกว่า 4,660.22 ล้านบาท ภาคเหนือ 11 จังหวัด ส่งต่อถึงระดับโลกแล้ว 20 ธุรกิจ อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นหน่วยบ่มเพาะ นวัตกรรมเด่น ได้แก่ “แพลตฟอร์มการแนะนำและติดตามผู้ป่วยโรคไมเกรนเสมือนแพทย์เฉพาะทาง” โดย ผศ. นพ.สุรัตน์ ตันประเวช ผู้ประกอบการบริษัท สไมล์ ไมเกรน จำกัด พัฒนาระบบการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะ ติดตามข้อมูลสุขภาพและพฤติกรรมของผู้ป่วยแบบอัตโนมัติ พร้อมระบบการปรึกษาแพทย์ทางไกล บูรณาการตรวจรักษาแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้ป่วยได้รับคำแนะนำการปรับพฤติกรรมที่เหมาะสมและเฉพาะเจาะจงกับปัจจัยกระตุ้นของแต่ละคน แพทย์ทั่วไปก็ดูแลรักษาผู้ป่วยในมาตรฐานใกล้เคียงกับแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาท เชื่อมต่อกับระบบข้อมูลของคลินิกหรือโรงพยาบาลผ่าน API Plug-in โดยตรง รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และเก็บค่าบริการปัจจุบัน ประมาณ 40 ล้านบาท คาดว่าใน 3 ปีแรกจะมีรายได้ 100 ล้านบาท ผู้ใช้งาน 5 แสนราย และจะขยายสู่กลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอื่น ๆ เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหัวใจ ส่วนตลาดต่างประเทศขณะนี้มีไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น เตรียมขยายไปยังมาเลเซียและฟิลิปปินส์ต่อไป

 

“กระบวนการผลิตไมซีเลียมของถั่งเช่าสำหรับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ” โดยบริษัท บิสท์ อินโน รีฟอร์ม จำกัด เครื่องหมายการค้า ImuneUp ใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพาะเลี้ยงเซลล์ไมซีเลียมที่ควบคุมปริมาณสารสำคัญได้แม่นยำ สม่ำเสมอ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยเสริมสร้าง บำรุงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยรับผลิตและพัฒนาสูตรสำเร็จรูปให้แบรนด์ลูกค้า เช่น เครื่องดื่มฟังก์ชัน ช็อตบำรุงสุขภาพ หรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ปัจจุบันมีรายได้ 15 ล้านบาท ผู้ใช้งาน 3 แสนราย คาดการณ์รายได้ 50 ล้านบาทภายใน 3 ปี แผนงานในอนาคตจะทดสอบทางคลินิกในมนุษย์สำหรับเห็ดหัวลิงและเห็ดหลินจือ พร้อมขออนุมัติมาตรฐาน อย. และองค์กรกำกับดูแลต่างประเทศ รวมถึงเปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่มบำรุงสมองและคลายเครียด/ภูมิคุ้มกัน ขยายตลาดสู่ต่างประเทศ เช่น อเมริกาเหนือ ยุโรป เอเชีย ตั้งเป้าหมายเป็นผู้นำด้านวัตถุดิบเสริมภูมิคุ้มกันที่มีผลพิสูจน์ทางคลินิกรองรับภายใน 5 ปี

 

3 in 1 EASYKIDS ROBOT KIT” ชุดหุ่นยนต์ สื่อการเรียนรู้และฝึกทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ 3 ภาษา โดยบริษัท อีซี่คิดส์ โรโบติกส์ จำกัด มีบทเรียนออนไลน์รองรับ 3 ภาษา เพื่อให้ผู้เรียนอายุ 6-18 ปี เรียนรู้ได้ทั้งในและนอกห้องเรียน มีรายได้จากการจำหน่ายชุดหุ่นยนต์และคอร์สเรียนออนไลน์มูลค่า 70 ล้านบาท คาดว่าใน 3 ปีแรกจะมีรายได้ประมาณ 200 ล้านบาท จากผู้ใช้งาน 200 โรงเรียน จะขยายตลาดจากโรงเรียนภาครัฐสู่โรงเรียนเอกชน โรงเรียนนานาชาติ ผู้ปกครอง องค์กรและหน่วยงานที่สนใจ ผู้ปกครอง ประชาชนทั่วไป เพื่อยกระดับการเรียนรู้ด้าน Coding เพิ่มการเข้าถึงสื่อการศึกษาคุณภาพ พัฒนาทักษะการแก้ปัญหาเชิงระบบและการคิดวิเคราะห์ของเด็กไทย

 

“ระบบความเป็นจริงเสมือน (VR) เพื่อพัฒนาทักษะการเข้าสังคมสำหรับเด็กกลุ่มอาการออทิสซึม” โดยห้างหุ้นส่วนจํากัด เฟรนส์ ดี ดี สร้างห้องแล็บพฤติกรรมจำลองให้เด็กเรียนรู้และฝึกฝนอย่างปลอดภัย เห็นผลรวดเร็วภายใน 8-10 สัปดาห์ ด้วยเทคโนโลยีหลัก ระบบจำลองสถานการณ์การเข้าสังคมจริงที่ปรับระดับความท้าทายได้ ระบบปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยตรวจจับทิศทางการมองและการสบตาเพื่อวิเคราะห์การจดจ่อของเด็กแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบติดตามผลการตอบสนองจากระยะไกล ช่วยลดภาระโรงพยาบาลได้กว่าครึ่ง ปัจจุบันมีเด็กรับการฝึกกว่า 1,400 คน ทำภารกิจสำเร็จถึงร้อยละ 70 สร้างรายได้จากการขยายผลปีละ 2.97 ล้านบาท คาดว่าจะมีรายได้ 10 ล้านบาทภายใน 3 ปี  วางแผนส่งมอบให้สถานพยาบาลและศูนย์การเรียนรู้ทั่วประเทศตั้งแต่คลินิกขนาดเล็ก ระดับกลาง จนถึงโรงพยาบาลขนาดใหญ่ เช่น โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าและโรงพยาบาลทหารผ่านศึก นำไปใช้กับผู้ป่วยสโตรก(โรคหลอดเลือดสมอง)ด้วย รวมถึงให้ผู้ปกครองเข้าถึงซอฟต์แวร์ที่บ้าน และส่งออกโปรแกรมแปลภาษาในเวทีโลก

 

“มรดกอาหารเชียงใหม่ สูตรอาหารที่หายไป” โดยบริษัท รักษ์วัฒนธรรมเชียงใหม่ จำกัด เพื่อฟื้นฟูผักพื้นเมืองไทย ด้วยแนวคิด pop-up dining ถ่ายทอดภูมิปัญญาอาหารเป็นยาควบคู่กับการส่งเสริมการปลูกผักสวนครัว ผักริมรั้วในระดับชุมชน สร้างการกระจายรายได้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน รักษารากฐานความหลากหลายทางชีวภาพของอาหารอย่างยั่งยืน สร้างรายได้มูลค่า 4.67 ล้านบาท ภายใน 3 ปี จะมีรายได้ 14.4 ล้านบาท มีผู้ได้รับประโยชน์ 2,752 คน

 

คณะกรรมการติดตามติดตามและประเมินผลฯ ได้เสนอแนะผู้ประกอบการสตาร์ทอัปด้วยการวิจัยและนวัตกรรม สร้างคนรุ่นใหม่ให้เป็นเรือธงของประเทศ มีขีดความสามารถการแข่งขัน สินค้าและบริการของประเทศเข้าถึงระดับโลกโดยคงอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างแท้จริง สนับสนุนระบบนิเวศที่เอื้ออำนวยมากขึ้น และนำนวัตกรรมด้านการแพทย์เข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพ สปสช.