เปลี่ยนบ่อกุ้งร้างเป็นบ่อทอง! บพท. ชู “นครศรีโมเดล” พลิกนากุ้งร้าง 44,000 ไร่สู่ฟาร์มปูขาว เพิ่มรายได้จากศูนย์ สู่ 60,000 บาทให้เกษตรกร

ดร.กิตติชนม์ อุเทนะพันธุ์ และคณะวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย กล่าวถึงโครงการปูขาว-นครศรีโมเดล เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานรากฯ เพื่อฟื้นฟูนากุ้งทิ้งร้าง เพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงปูขาว เพิ่มอัตราการรอดตายให้สูงขึ้นมากกว่าร้อยละ 80 ด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรด้วยทรัพยากรที่มีอยู่แล้ว

การดำเนินโครงการเป็นการพัฒนาชุดความรู้ การผลิตลูกพันธุ์ปูขาวขนาดใหญ่ และชุดความรู้การผลิตปูขาวขนาดตลาด เพื่อปรับปรุงการผลิตปูขาวที่นำไปใช้ได้จริง นำชุดความรู้ ใช้อนุบาลลูกพันธุ์ปูขาวขนาดเล็ก 0.5 เซนติเมตร ให้เป็นลูกพันธุ์ปูขาวขนาด 5 เซนติเมตร ซึ่งจะนำไปเลี้ยงต่อให้ได้ปูขาวตามขนาดที่ตลาดต้องการ โดยการจัดการ 4 ปัจจัย ได้แก่ การป้องกันศัตรูของปู การกำหนดความหนาแน่น การจัดการอาหาร และการดูแลคุณภาพน้ำในบ่อ การพัฒนาจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงสำหรับบำบัดของเสียสะสมในการเตรียมบ่อและจากอาหารสด เพื่อช่วยฟื้นฟูคุณภาพน้ำและดินในบ่อเลี้ยง


“ที่ผ่านเป็นการปล่อยให้ธรรมชาติเลี้ยง ขึ้นกับดวง หัวใจของนวัตกรรมอยู่ที่การจัดการอย่างเป็นระบบ การทำความเข้าใจนิเวศและชีววิทยาของปู การอนุบาลลูกปู การจัดการอาหาร ความหนาแน่น การป้องกันศัตรู และการดูแลคุณภาพน้ำ เมื่อควบคุมปัจจัยเหล่านี้ได้ การเลี้ยงปูก็เปลี่ยนจากพึ่งพาโชค เป็นธุรกิจที่คำนวณต้นทุน คาดการณ์ผลตอบแทน บริหารความเสี่ยง และจัดการตลาดได้ คณะวิจัยยังพัฒนาระบบคำนวณต้นทุนการผลิต ทำให้เกษตรกรรู้ต้นทุนที่แท้จริงและวางแผนการผลิตได้แม่นยำ" ดร.กิตติชนม์ กล่าว และว่า
หัวใจของโครงการคือการสร้างครูจากเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ แทนการให้นักวิจัยเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้เพียงฝ่ายเดียว ชุมชนเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคง เปิดโอกาสให้เกษตรกรต้นแบบสร้างรายได้จากการผลิตลูกพันธุ์ปูควบคู่กับการเลี้ยงปูเชิงพาณิชย์ ภายในเวลา 5 เดือน เกษตรกรแม่ข่ายมีรายได้จากการจำหน่ายลูกพันธุ์ปูขนาดใหญ่เฉลี่ย 38,000-39,000 บาทต่อไร่ และมีรายได้เพิ่มจากการจำหน่ายปูขนาดตลาด เกิดห่วงโซ่ธุรกิจใหม่ช่วยกระจายรายได้และเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจชุมชน

การปรับกระบวนการเลี้ยง ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยง 14 ราย เพิ่มอัตราการรอดของปูขาวจากที่ต่ำกว่าร้อยละ 20 เป็นร้อยละ 60 – 80 โดยลูกพันธุ์ปูขาวขนาดใหญ่รอดเพิ่มเป็นร้อยละ 65 ขนาดที่ตลาดต้องการเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 80 เกษตรกรใช้เทคโนโลยีนี้ได้เต็มประสิทธิภาพจะผลิตปูขาวขนาดตลาดได้ถึง 220 กิโลกรัมต่อไร่ต่อรอบการเลี้ยง (3 เดือน) หากเลี้ยง 2 รอบต่อปี จะสร้างรายได้ปีละมากกว่า 60,000 บาทต่อไร่
นายณัฏฐชัย นาคเกษม หรือโชค นวัตกรชุมชนซึ่งเคยเป็นเกษตรกรที่ประสบปัญหาหนี้สินจากการเลี้ยงกุ้งจนต้องปล่อยบ่อร้าง กล่าวว่าการเลี้ยงแบบดั้งเดิม ได้ผลผลิตเพียง 100-200 กิโลกรัมต่อปี จากพื้นที่ 12 ไร่ มีรายได้หลักพันบาทต่อสัปดาห์ แต่เมื่อนำมาตรฐานการเลี้ยงของทีมวิจัยมาใช้ อัตราการรอดของลูกปูเพิ่มจากร้อยละ 5-10 เป็นร้อยละ 60 ผลผลิตและรายได้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

รายงานระบุว่า ความสำเร็จของงานวิจัย ได้แก่การพลิกฟื้นนากุ้งร้างให้กลับมาสร้างรายได้ เกิดระบบถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ช่วยชุมชนขยายผลได้ด้วยตนเอง ในปี 2568 โครงการขยายผลเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการเลี้ยงปูขาวเพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรท้องถิ่นลุ่มน้ำปากพนัง คัดเลือกเกษตรกรต้นแบบ 16 ราย เป็นผู้ผลิตลูกพันธุ์ปูและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกรอีก 104 ราย รวม 120 ครัวเรือน

ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เคยเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสำคัญของประเทศ ปัจจุบันมีบ่อกุ้งร้างกว่า 44,000 ไร่ จากปัญหาโรคระบาด ต้นทุนการเลี้ยงที่สูง ภาระหนี้สิน เกษตรกรจำนวนมากละทิ้งพื้นที่ทำกิน บางส่วนหันมาเลี้ยงปูขาว ซึ่งมีความต้องการในประเทศถึง 12,100 ตันต่อปี แต่ผลิตได้เพียง 8,395 ตัน ต้องพึ่งพาการนำเข้า โดยการเลี้ยงแบบดั้งเดิมหรือนาเปิด อาศัยธรรมชาติ มีอัตรารอดของลูกปูเพียงร้อยละ 20 ได้ผลผลิตต่ำ ผลตอบแทนไม่คุ้มทุน และไม่พอตอบสนองความต้องการของตลาด
โครงการปูขาว-นครศรีโมเดล เพื่อการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากด้วยห่วงโซ่คุณค่าใหม่บนฐานทรัพยากรพื้นถิ่นนครศรีธรรมราช กรอบวิจัยการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการในพื้นที่ (Local Enterprises)บนฐานทรัพยากรพื้นถิ่นเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ โดยการสนับสนุนจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) ภายใต้กำกับ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ.