สคส. แจ้งค่ายมือถือ ชี้แจงกรณีพนักงานหลอกเด็กนักเรียนสแกนใบหน้าแลกซิม พร้อมเตือนโรงเรียนควรตรวจสอบบุคคลภายนอกก่อนอนุญาตทำกิจกรรมสแกนหน้าเด็ก

พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล กล่าวว่า บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ต้องจัดให้มีมาตรการการกำกับดูแลพนักงานบุคลากร หรือตัวแทนให้รับทราบ และถือปฏิบัติตามมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของบริษัท เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลประชาชนผู้รับบริการ อย่างเคร่งครัด เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้วจะต้องทบทวนมาตรการดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุลักษณะเดียวกันนั้นอีก
สคส. จะได้กำกับดูแลให้บริษัทปฏิบัติหน้าที่ของตนตามกฎหมาย PDPA อย่างเคร่งครัดเพื่อคุ้มครองสิทธิ์ของประชาชนให้เต็มศักยภาพตามที่กฎหมาย PDPA กำหนด โรงเรียนก็ควรมีการตรวจสอบบุคคลภายนอกที่มาทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนอย่างละเอียด ก่อนอนุญาตให้ดำเนินการ โดยเฉพาะการสแกนใบหน้าเป็นข้อมูลอ่อนไหว มีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของเด็กนักเรียนซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง ที่ควรจะต้องมีความระมัดระวังการเก็บรวบรวมใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ จากกรณีเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 กองบังคับการปราบปราม เปิดปฏิบัติการSAFE ดอย BOY เข้าตรวจค้น 8 เป้าหมายในจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ สมุทรปราการ และประจวบคีรีขันธ์ ภายหลังพบพฤติการณ์หลอกนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมแจกซิมฟรี นำข้อมูลไปลงทะเบียนเป็นซิมผีส่งต่อเครือข่ายสแกมเมอร์ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 3 ราย ตรวจยึดของกลาง ซิมโทรศัพท์ 2,160 ซิม โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเป็นตัวแทนจำหน่ายและการโฆษณาขายซิม กรณีดังกล่าวเป็นเหตุให้ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ได้เร่งติดตามและกำกับดูแลบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงและทบทวนมาตรการคุ้มครองข้อมูลอย่างเคร่งครัด
หากมีเหตุสงสัยจะเป็นการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล หรือมีข้อสงสัยในประเด็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ติดต่อ สคส. ทางโทร. 0 2111 8800 หรือ Facebook : สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล-สคส
#SAFE ดอย BOY #คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล