ข่าวประชาสัมพันธ์

สวทช. ชูเทคฯ ปั้น 'ผำซูเปอร์ฟู้ด' โปรตีน-B12 สูง ลุยโมเดิร์นเทรด

สวทช. พัฒนาเทคโนโลยีการผลิต ผำซูเปอร์ฟังชันโปรตีน-วิตามิน B12 สูงตลอดปี พร้อมผลักดันสินค้าสู่อุตสาหกรรมปลายน้ำ เตรียมเข้าโมเดิร์นเทรดไทย

  

ดร.ศุภนิจ พรธีระภัทร ทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล เนคเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เปิดเผยว่า เนคเทค ร่วมกับศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ได้พัฒนาเทคโนโลยีการผลิตผำแบบครบวงจร ตั้งแต่การตรวจวัด ติดตามสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ พัฒนาสูตรการเพาะเลี้ยง เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อควบคุมคุณภาพและปริมาณผลผลิตให้มีความสม่ำเสมอตลอดปี พร้อมจะขยายผลสู่เกษตรกร ผู้ประกอบการสร้างระบบนิเวศการผลิตผำตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพิ่มโอกาสการนำไปเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารทางเลือกมูลค่าสูง

 

ผำ คือ พืชน้ำท้องถิ่น เป็นโปรตีนทางเลือกที่ต้องมีกระบวนการผลิตเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นอาหารแห่งอนาคต แต่การผลิตในระดับอุตสาหกรรมมีความท้าทายทั้งกระบวนการเพาะเลี้ยงและการแปรรูปให้ได้มาตรฐานสูงคงที่

 

ทีมวิจัยร่วมกับ ดร.เกรียงไกร โมสาลียานนท์ กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพพืชและการจัดการแบบบูรณาการ ไบโอเทค สวทช. และบรรจงฟาร์ม ตั้งแต่ปี 2567 พัฒนาสูตรการเพาะเลี้ยงผำแต่ละฤดูกาล ทำระบบตรวจวัด ติดตามสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ด้วยอุปกรณ์ IoT (Internet of Things) ใช้ HandySense B-Farm (ระบบการเกษตรแม่นยำ) ควบคุม การตรวจวัดสภาพน้ำและสภาวะอากาศที่เหมาะสมแบบเรียลไทม์ แสดงผลข้อมูลผ่านเว็บแอปพลิเคชัน ให้เกษตรกรรับรู้ข้อมูลได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ปรับรูปแบบการเพาะเลี้ยงให้สอดคล้องกับแต่ละสภาพอากาศได้อย่างเหมาะสมทันการณ์

 

“ผลที่ได้คือ รักษาคุณภาพ ปริมาณผลผลิตให้คงที่ ซึ่งมีผลต่อการนำไปแปรรูป ให้ปริมาณการผลิตไม่น้อยกว่า 1 กิโลกรัมต่อพื้นที่หน้าผิวน้ำ 1 ตารางเมตร ต่อรอบการผลิต 7 วัน คุณภาพผำที่ผลิตได้มีโปรตีนมากกว่า 40 กรัม วิตามินบี 12 มากกว่า 12 กรัม ต่อ 100 กรัมผำอบแห้ง  

 

ทีมวิจัยได้พัฒนาเทคนิคการชดเชยแสง กรณีผำได้แสงจากดวงอาทิตย์ช่วงกลางวันไม่พอ ด้วยการใช้ไฟ LED มีสเปกตรัม (สีของแสง) และระดับความเข้มที่เหมาะสม ฉายตอนกลางคืน ผลที่ได้เป็นการรักษาปริมาณผลผลิตให้คงที่ เพิ่มปริมาณโปรตีนและวิตามินบี 12 อย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันอยู่ระหว่างทดลองใช้ Agrivoltaic ชนิด Color Solar Cell แผงโซลาร์เซลล์ชนิดเลือกช่วงคลื่นแสงที่ส่องผ่านไปยังพื้นที่เพาะปลูกได้ ร่วมกับทีมวิจัยของ ดร.กอบศักดิ์ ศรีประภา กลุ่มวิจัยอุปกรณ์สเปกโทรสโกปีและเซนเซอร์ เนคเทค มาใช้ในการเพาะเลี้ยงผำด้วย ซึ่งมีผลที่น่าสนใจทั้งเชิงคุณภาพและปริมาณ

 

รายงานแจ้งว่า ทีมวิจัยได้ขยายผลการใช้งานเทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงไปยังฟาร์มเครือข่ายในโครงการ IDA Platform แล้ว 10 แห่ง ใน 4 ภูมิภาคของประเทศ โดย สวทช. สนับสนุนทั้งงบประมาณ เทคโนโลยี และองค์ความรู้การผลิต

ดร.ศุภนิจ อธิบายว่า ทีมวิจัยเพิ่มคุณภาพผลผลิตหลังการเก็บเกี่ยว 2 เทคโนโลยี ได้แก่ 1.กระบวนการล้างผำด้วยนาโนโอโซน พัฒนาร่วมกับบุคลากรวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์ สามารถฆ่าเชื้อก่อโรคตามมาตรฐานพืชอาหารได้ ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายด้านแรงงาน ช่วยให้ผำสด ปริมาณไนเตรตต่ำกว่าทั่วไป เหมาะแก่การใช้เป็นอาหารทางเลือกเพื่อสุขภาพ นอกเหนือจากความสะอาดปลอดภัยพร้อมบริโภค 2.การอบเพื่อแปรรูปเป็นผำแห้ง ด้วยเตาอบอุตสาหกรรมที่ดัดแปลงให้ฉายแสงในสเปกตรัม ความเข้มที่เหมาะสมในระหว่างการอบ ช่วยให้ผำอบแห้งมีโปรตีนและวิตามินบี 12 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 10 ของน้ำหนักแห้ง มีสีเขียวสด กลิ่นหอม และรสชาติดี เหมาะแก่การใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหาร ขนม และเครื่องดื่ม โดยปริมาณสารสำคัญไม่ลดลง

 

นางสาวสุพัตรา หาญเจริญ ผอ.บริษัทแกรนด์ วูฟเฟีย จำกัด กล่าวว่า ได้ทำสัญญารับซื้อผำแห้งจากฟาร์มที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตของ สวทช. เนื่องจากมีคุณภาพสูงคงที่ทุกรอบการผลิต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งต่อผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม  “ผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทที่เตรียมขึ้นทะเบียนกับคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) คือเครื่องดื่มโปรตีนใส สำหรับผู้ต้องการโปรตีนทางเลือกเพื่อสุขภาพ และเครื่องดื่มชาเขียวชนิดไม่มีคาเฟอีน สำหรับความสดชื่นระหว่างวัน เหมาะกับผู้บริโภคทุกวัย ได้ทั้งคุณค่าโภชนาการ รสชาติ และเนื้อสัมผัส ผู้สนใจติดตามการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้ทาง Line @grandwolffia

 

นางปฏิมา โรจนตัณฑ์ กรรมการบริษัท ยุ้งปันหยา จำกัด เปิดเผยว่าบริษัทได้ขอรับการสนับสนุนเทคโนโลยี องค์ความรู้การผลิตผำคุณภาพสูงผ่านโครงการ IDA Platform ศึกษาการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำด้วยตนเอง หลังจากนี้เมื่อต้องการวัตถุดิบที่สูงขึ้น ก็จะใช้มาตรฐานของวัตถุดิบที่ผลิตได้ในปัจจุบัน เป็นข้อกำหนดการรับซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรรายอื่น  ผลิตภัณฑ์ผำที่จะวางจำหน่ายในโมเดิร์นเทรดของไทย แบรนด์ GIN (จิน) คือ ผำอบกรอบแบบแผ่น โปรตีนทางเลือกเพื่อสุขภาพ มี 4 รสชาติ ผู้สนใจติดตามการวางจำหน่ายได้ผ่านเฟซบุ๊กเพจ GIN Happy Snacks”

 

ดร.ศุภนิจ กล่าวว่าหลายบริษัทเลือกนำผลิตภัณฑ์ผำที่ควบคุณการผลิตด้วยเทคโนโลยีจาก สวทช. ไปเป็นวัตถุดิบแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพราะ มีการรับรองคุณภาพ ตรวจสอบย้อนกลับได้ เครื่องมือตรวจวัดตามมาตรฐาน ความท้าทายต่อไปของอุตสาหกรรมผำ คือ สร้างการรับรู้เรื่องผำพรีเมียมผลิตโดยคนไทยและเทคโนโลยีไทยที่รสชาติดี มีคุณค่าทางโชนาการสูง เพื่อสร้างงาน สร้ายรายได้ให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน

 

ผู้สนใจเทคโนโลยี HandySense B-Farm เพื่อการผลิตผำ หรือประสงค์จะรับถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตอุปกรณ์ล้างและอุปกรณ์แปรรูปผำอบแห้ง สอบถามได้ที่ นายปกรณ์ สุพานิช ฝ่ายพัฒนาเครือข่ายเชิงกลยุทธ์และประเมินผล เนคเทค สวทช. โทร 0893111235 อีเมล [email protected] และติดตามการเปิดอบรมกระบวนการผลิตผำติดตามได้ที่ SMC Academy เว็บไซต์: https://www.nectec.or.th/smc/smc-academy/ อีเมล [email protected]