ข่าวประชาสัมพันธ์

‘AppTech’ของจริงช่วยรวยเพิ่ม22,000ครัวเรือนเฉียดพันล้าน

         หน่วยบริหารทุนพัฒนา โชว์รูปธรรมจาก’ AppTech’ งานวิจัย นวัตกรรม เพิ่มรายได้ ยกระดับรายได้ชุมชนจากนโยบาย 1มหาวิทยาลัยพัฒนาเศรษฐกิจ1 จังหวัดที่ตั้ง สร้างชุมชนนวัตกรรม 1,586 แห่ง 1,449 ตำบล 465 อำเภอ ครอบคลุม 76 จังหวัด  ราษฎร 22,000 ครัวเรือน มีรวยเพิ่ม 989 ล้านบาท

ศ. ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวในการประชุม APPTech EXPO 2026 เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯว่า อว. ได้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากผ่านเครือข่ายมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ นำปัญหา ความต้องการของพื้นที่ ให้เข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมและนวัตกรรมพร้อมใช้ สอดคล้องกับพื้นที่ ถ่ายทอดเทคโนโลยี สร้างกระบวนการเรียนรู้ สร้างนวัตกรชุมชนเพื่อการเรียนรู้ รับ ปรับใช้  และต่อยอด ขยายผล สร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นทุกพื้นที่  ภายใต้นโยบาย 1 มหาวิทยาลัยพัฒนาเศรษฐกิจสังคมที่ตั้ง 1 จังหวัด (One University, One Area Mission)  สร้างนวัตกรชุมชน 36,000 คน (ตำบลละ 5 คน) เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์จริงทุกพื้นที่ของประเทศ

ดร.กิตติ สัจจาวัฒนา ผอ.หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ ปฏิบัติหน้าที่ผอ.หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. กล่าวว่าการดำเนินงานสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริง สร้างชุมชนนวัตกรรม 1,586 ชุมชน 1,449 ตำบล 465 อำเภอ ครอบคลุมพื้นที่ 76 จังหวัด เกิดนวัตกรชุมชน 25,394 คน ใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมพร้อมใช้ 3,690 รายการ ทำให้ประชาชน  22,116 ครัวเรือน มีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 989 ล้านบาท (ข้อมูลถึงวันที่ 3 ส.ค. 69) ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงผลตอบแทนของงานวิจัย แต่เป็นหลักฐานว่างานวิจัยเปลี่ยนเป็นรายได้ ลดต้นทุน สร้างโอกาสใหม่ให้กับชุมชนได้

จุดเด่นของ Appropriate Technology คือเปลี่ยนวิธีคิดจากจำนวนผลงานวิจัย สิทธิบัตร หรือบทความ เป็นการวัดว่างานวิจัยสร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจให้ประชาชนได้จริงหรือไม่ เป้าหมายของ Appropriate Technology คือทำให้ครัวเรือนชนบท 12,000 ครัวเรือนมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 60,000 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยเดือนละ 5,000 บาท ภายใน 2 ปี (พ.ศ.2568-2570) โดยการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั้งโดยตรง ผ่านเอกชนหรือวิสาหกิจชุมชน และศูนย์บริการเทคโนโลยีของมหาวิทยาลัย ผลการลงทุนวิจัยพบว่า สร้างมูลค่ากลับคืนสู่เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรม

รศ ดร.พีรเดช ทองอำไพ ผอ.แผนงานเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. กล่าวว่า AppTech Platform เปลี่ยนจากการนำเทคโนโลยีโดยนักวิจัยไปหาชุมชน เป็นการพัฒนาแบบ Demand-driven เริ่มจากปัญหาและความต้องการของชุมชน แล้วให้นักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีมาจัดการ ทำให้งานวิจัยเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ ลดต้นทุน และยกระดับคุณภาพชีวิต มากกว่าจะเป็นเพียงผลผลิตทางวิชาการ เปลี่ยนวัฒนธรรมจากการช่วยเหลือ เป็นการร่วมสร้าง(Co-Creation) ที่ภาครัฐ มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และชุมชนร่วมกันพัฒนา ชุมชนไม่ใช่ผู้รอรับ แต่เป็นผู้ร่วมลงทุน ร่วมใช้ และร่วมพัฒนาเทคโนโลยี  ระหว่างดำเนินโครงการ ชุมชนจะทดลองใช้เทคโนโลยีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่เมื่อโครงการสิ้นสุด ชุมชนจะตัดสินใจว่าจะซื้อ เช่า หรือคืนเทคโนโลยี หากยอมลงทุนต่อ แสดงว่าว่าเทคโนโลยีนั้นสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจได้จริง

AppTechหรือ Appropriate Technology Platform  เป็นการรวบรวมผลงานวิจัย นวัตกรรม เทคโนโลยี ที่มีจำนวนมาก เลือกไว้เป็นคลังความรู้เฉพาะเทคโนโลยีที่เหมาะสม (Appropriate Technology) Platform เพื่อให้ชุมชนนำใปใช้ประโยชน์ตามบริบทความต้องการ ทั้งผู้ประกอบการ ธุรกิจชุมชน วิสาหกิจชุมชน จนถึงระดับครัวเรือน  โดยกำหนดเป้าหมายครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการ มีรายได้เฉลี่ยสุทธิเพิ่มขึ้น เดือนละ 5,000 บาท หรือปีละ 60,000 บาทต่อครัวเรือน ผลปรากฎว่าปีแรกของโครงการ (ปีงบประมาณ 2568) ให้ทุนสนับสนุนกับผู้ใช้เทคโนโลยี 87 โครงการ มีครัวเรือนที่เข้าร่วมโครงการในปีแรก 11,897 ราย มีรายได้รวมเป็นเงินกว่า 945 ล้านบาท โดย 58 เปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าร่วมโครงการ (6,934 ราย) มีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้นมากกว่า 60,000 บาทต่อปี  (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.ค. 69) ทั้งนี้เป็นการบริหารจัดการทุน โดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านพัฒนาพื้นที่ (บพท.) สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน)