ข่าวประชาสัมพันธ์

จากกล่องธรรมดาสู่เหมืองทองชุมชน ม.หาดใหญ่เสกนวัตกรรมชันโรงปั๊มเงิน

โชว์ชัดๆอีกชุด งานวิจัยสร้างนวัตกรชุมชนสร้างรายได้ระดับพื้นที่ ม.หาดใหญ่ พัฒนาการเลี้ยงผึ้งชันโรงในกล่อง แยกรังและน้ำผึ้ง ลดการรบกวน ป้องกันศัตรูธรรมชาติ แม่พันธุ์ไม่ตาย เลี้ยงง่าย เพิ่มรอบเก็บเกี่ยว ทำแล้วรวยรายได้เพิ่ม 45%

 

 

หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ. รายงานว่า ได้สนับสนุนทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยหาดใหญ่พัฒนากล่องเลี้ยงชันโรง 3 แบบใหม่  ได้แก่ชนิด 1 ช่อง 2 ช่อง และ 3 ช่อง ให้เหมาะกับชนิด สายพันธุ์ชันโรง สภาพพื้นที่ที่แตกต่าง แยกส่วนของรังและน้ำผึ้งออกจากกัน เก็บน้ำผึ้งได้สะดวก ลดการรบกวนรัง ลดการตายของแม่พันธุ์  ป้องกันศัตรูตามธรรมชาติได้เกือบทั้งหมด ช่วยให้ผู้เลี้ยงเพิ่มรอบการเก็บน้ำผึ้งจากปีละ 1-2 ครั้ง เป็น 3 ครั้ง คุณภาพดีขึ้น สิ่งเจือปนน้อยลง

 

ผศ. ดร.นุกูล ชิ้นฟัก คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ หัวหน้าโครงการวิจัยฯ เปิดเผยว่า ปี 2566 วิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ 6 แห่ง มีรายได้รวมเพิ่มขึ้นจากเดือนละ 169,000 บาท เป็น 245,270 บาท หรือเพิ่มขึ้น 45.13 เปอร์เซ็นต์ จากการขายน้ำผึ้ง ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผึ้งชันโรง การผลิตกล่องเลี้ยงชันโรง และการจำหน่ายกล่องพร้อมเลี้ยง มีแม่พันธุ์และรังอยู่ภายใน นำไปเริ่มเลี้ยงได้ทันที

ผศ. ดร.นุกูล กล่าวว่า หัวใจของโครงการไม่ใช่การแจกกล่องเลี้ยงชันโรง แต่เป็นการสร้างคน ด้วยกระบวนการ Appropriate Learning Process (กระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสม) ประกอบด้วยการสำรวจข้อมูล การค้นหาครัวเรือนเป้าหมาย การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาผู้เรียนเป็นนวัตกรชุมชน ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้คนในพื้นที่ได้ มีผู้เข้าร่วมอบรม 200 กว่าคน จากผู้เลี้ยงชันโรง 28 กลุ่ม ครอบคลุม 24 ตำบล  6 อำเภอของจังหวัดสงขลา ทุกคนมีประสบการณ์เลี้ยงชันโรงมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี เป็นการต่อยอดความรู้และเทคโนโลยีใหม่ที่เหมาะกับบริบทของตนเอง

นายอับด้นเลาะห์ หีมยิ ประธานวิสาหกิจชุมชนสวนป่าสมุนไพรเกษตรสามมิติ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา กล่าวว่าการถ่ายเทคโนโลยี การใช้กล่องเลี้ยงแบบใหม่ ช่วยให้สมาชิกเก็บน้ำผึ้งได้มากขึ้น อัตราการตายของแม่พันธุ์ลดลงอย่างชัดเจน จึงมีสนใจเลี้ยงชันโรงเพิ่มขึ้น จาก 4 ครัวเรือน ปัจจุบันเพิ่มมากกว่า 60 คน ขยายบทบาทเป็นศูนย์รับซื้อน้ำผึ้งชันโรงจากสมาชิกทั้งในจังหวัดสงขลาและใกล้เคียง ช่วยให้มีรายได้เพิ่มนอกจากการขายน้ำผึ้ง การขายขี้ชัน ผลิต จำหน่ายกล่องเลี้ยง และกล่องพร้อมเลี้ยงที่มีแม่พันธุ์และไข่ชันโรงอยู่ภายใน จากคำสั่งซื้อทั่วประเทศ

 

นายเดชาชัย อินสมภักษร ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงชันโรงบ้านควนมิน อำเภอจะนะ กล่าวว่า จากการรวมตัวของผู้เลี้ยง 8 คน ขยายเป็น 50 คน กลุ่มพัฒนาการเลี้ยงชันโรงสายพันธุ์ขันเงินด้วยกล่องแบบ 2 ช่อง แยกน้ำผึ้งออกจากรัง จัดการผลผลิตได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันสมาชิกเลี้ยงรวมกันประมาณ 500 กล่อง เป็นศูนย์กลางในการรับซื้อน้ำผึ้งชันโรง (ล้ง) และผลิตภัณฑ์แปรรูป เพื่อกระจายน้ำผึ้งชันโรงสู่ตลาดในประเทศและต่างประเทศ พร้อมรับซื้อน้ำผึ้งชันโรงจากเครือข่ายในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ รายได้ส่วนหนึ่งนำมาพัฒนาเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเลี้ยงชันโรง เกิดรายได้จากการศึกษาดูงาน การฝึกอบรมเพิ่มเติม  ดึงดูดผู้มีรายได้น้อยและกลุ่มผู้สูงสูงอายุ กลุ่มเกษียณอายุ ตลอดจนชุมชนที่ต้องการสร้างอาชีพ ให้มาเรียนรู้สร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้

 

ร.ต.อ.สมศักดิ์ คำแสน ซึ่งร่วมขับเคลื่อนศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ กล่าวว่า เดิมแต่ละคนทำกล่องเลี้ยงกันเอง ได้ผลผลิตไม่มาก แต่เมื่อใช้กล่องมาตรฐานจากงานวิจัย รายได้ของสมาชิกเฉลี่ยเดือนละหมื่นกว่าบาท โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 7,000 -25,000 บาทต่อเดือน จากการขายน้ำผึ้ง กล่องเปล่า กล่องรังพร้อมเลี้ยง ตัวชันโรงยังช่วยผสมเกสร ช่วยให้ผลผลิตการเกษตรเพิ่มขึ้น ดูแลสภาพแวดล้อม เพราะชันโรงจะอยู่เฉพาะบริเวณที่ไม่มีการใช้สารเคมีและยากำจัดศัตรูพืช

 

รายงานแจ้งว่ามหาวิทยาลัยหาดใหญ่ได้จัดตั้งศูนย์ ถ่ายทอดเทคโนโลยีผึ้งชันโรงเพื่อชุมชน รวบรวมองค์ความรู้ การคัดเลือกสายพันธุ์ พืชอาหาร การออกแบบกล่องเลี้ยง การจัดการผลผลิต การแปรรูปผลิตภัณฑ์ การตลาด อยู่ในที่เดียว มีนวัตกรชุมชนที่ผ่านการอบรมจากโครงการทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับผู้สนใจรุ่นใหม่ เพื่อขยายอาชีพการเลี้ยงชันโรงออกไปสู่จังหวัดสงขลาและพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้