RUN-สถาบันอาหารและ FoodX จัดครั้งแรกเวทีเฉพาะทางด้าน HR ในอุตสาหกรรมอาหารงาน FoodX 2026 เดือนพฤศจิกายนนี้ ย้ำพัฒนากำลังคนทักษะสูงรองรับอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต สร้าง "DNA บัณฑิตในอุดมคติ" ให้เป็น "นวัตกรแบบองค์รวม"


ศ.ดร.ชาลีดา บรมพิชัยชาติกุล ผอ.สำนักงานเครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย (Research University Network, Thailand, RUN) แจ้งว่า RUN ร่วมกับ สถาบันอาหาร และ FoodX จัดงานแสดงเทคโนโลยีการผลิตในอุตสาหกรรมอาหาร “FoodX 2026” วันที่ 18–19 พฤศจิกายน 2569 ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ แนวคิด “Premiumization, Productivity และ New Growth” 4 เวทีสัมมนา 36 หัวข้อ โดยสร้างเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเฉพาะทางสำหรับ HR ในอุตสาหกรรมอาหารเป็นครั้งแรก มีการริเริ่มจัดตั้ง "HR Club" ดึงโรงงานอาหารกว่า 200 แห่งเข้าร่วม พร้อมคณะผู้เชี่ยวชาญ (Panel Experts) คอยให้คำแนะนำ และงานคู่ขนาน"Production Champion Club" สำหรับผู้จัดการโรงงาน กิจกรรม Productivity Challenge โครงการศึกษาดูงานโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร ณ ประเทศญี่ปุ่น เพื่อยกระดับศักยภาพภาคการผลิตและทรัพยากรบุคคลของไทยไปพร้อมกัน ผู้สนใจสมัครเข้าชมงานได้ที่ https://foodx.co.th/th


รศ.ดร.ชาลีดา กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีการพัฒนา “กำลังคนทักษะสูง” รองรับ โดยกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม( อว. ) มีนโยบายพัฒนากำลังคนสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาหาร แก้ปัญหาการขาดแคลนกำลังคนทักษะสูง ในสาขาเฉพาะทาง เช่น นักชีววิทยาสังเคราะห์ (Synthetic Biology) นักวิจัยอาหารฟังก์ชันและอาหารทางการแพทย์ ตลอดจนผู้เชี่ยวชาญการสเกลอัปหรือขยายงานวิจัยสู่อุตสาหกรรม เป้าหมายผลิตและพัฒนากำลังคนทักษะสูงให้ได้มากกว่า 47,000–50,000 ตำแหน่งภายใน 5 ปี


รศ.ดร.ชาลีดา กล่าวว่ามีสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาไทยกว่า 80 แห่ง เปิดสอนในสาขาวิชาการด้านอาหาร โดยมีวิทยาศาสตร์เป็นฐาน ไม่ว่าจะเป็น โภชนาการอาหาร นักกำหนดอาหาร วิทยาศาสตร์การอาหาร นวัตกรรมอาหาร ธุรกิจอาหาร และคหกรรมศาสตร์ หลักสูตรเชื่อมโยง 3 ส่วน คือ ภาคทฤษฎีพื้นฐาน, ภาคปฏิบัติในโรงงานอุตสาหกรรมและการฝึกงานทั้งในและต่างประเทศ หลักสูตรเชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรม การปรับตัวรับมาตรฐานสากล เช่น คาร์บอนฟุตพริ้นท์ และ Digital Product Passport (DPP) ทุกมหาวิทยาลัยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้าง "DNA บัณฑิตในอุดมคติ" ให้เป็น "นวัตกรแบบองค์รวม" ที่มีความรู้พื้นฐานวิทยาศาสตร์เข้มข้น การคิดและวางแผนทดลองเชิงวิทยาศาสตร์ การปฏิบัติจริง และจิตสำนึกด้านมาตรฐานความปลอดภัย ควบคู่กับ Soft Skills เช่น ความละเอียดประณีตความยืดหยุ่น การทำงานร่วมกัน ภาวะผู้นำและความรับผิดชอบต่อสังคม