ข่าวประชาสัมพันธ์

Wellness Hubนครพนมอีกโมเดลจาก’ยศชนัน’

ชูนครพนมโมเดล ดันเป็น Wellness Hub ศูนย์กลางอินโดจีน ประกาศพลิกโฉมมหาวิทยาลัย สร้างเศรษฐกิจฐานราก-ปั้นรายได้นักศึกษาตั้งแต่ก้าวแรก

 

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว. การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  เดินทางไปตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายงานด้านอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ณ พื้นที่จัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ เขตพื้นที่ศรีโคตรบูรณ์ มหาวิทยาลัยนครพนม จังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 12 ก.ค.2569  มี ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ นายกสภามหาวิทยาลัยนครพนม ศ.ดร.ธวัชชัย ศุภดิษฐ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม นางมนพร เจริญศรี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับ

มหาวิทยาลัยนครพนมได้นำเสนอความก้าวหน้า การพัฒนาคณะแพทยศาสตร์ โครงการ Wellness Hub การส่งเสริมงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาพื้นที่ บทบาทของมหาวิทยาลัยในการยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจฐานรากของประชาชนในจังหวัดนครพนมและพื้นที่ใกล้เคียง

ศ.ดร.ยศชนัน ได้มอบนโยบายการสนับสนุนพัฒนานครพนม ทุกด้าน เน้นการใช้เทคโนโลยี นวัตกรรม ปัญญาประดิษฐ์ มาสนับสนุนและพัฒนาพื้นที่ ให้นครพนม เป็นศูนย์กลางการพัฒนาทุกด้านของอีสาน เชื่อมภูมิภาค อินโดจีน เป็นศูนย์กลางด้าน Wellness Hub ของ จ.นครพนม ซึ่งเป็นพื้นที่มีศักยภาพสูง บริเวณชายแดน เชื่อมต่อกับหลายประเทศ ทั้งจีนตอนใต้ เวียดนาม ลาว ให้มหาวิทยาลัยเป็นกลไกลดความเหลื่อมล้ำ สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน  ทั้งจะผลักดันมหาวิทยาลัยนครพนมเป็นครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ของอีสานตอนเหนือ ใช้ความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์  เชื่อมโยงลอจิสติกส์ตั้งแต่ จีนตอนใต้ เวียดนาม ลาว ไปจนถึงเมียนมา เปลี่ยนแนวคิดจากทำวิจัยในห้องแล็บ เป็น "Living Lab" หรือใช้ทั้งเมืองเป็นพื้นที่ทดลองนวัตกรรม บูรณาการข้ามศาสตร์เพื่อสร้าง Wellness Hub ดึงกำลังจากทั้งคณะแพทยศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ ตลอดจนคณะวิศวกรรมศาสตร์และบริหารธุรกิจ มาร่วมกันขับเคลื่อน

"ความเป็นศูนย์กลาง ไม่ได้ผูกขาดอยู่ที่เมืองหลวงเสมอไป หากเราดึงดูดคนให้เข้ามาและอยู่ต่อในนครพนมได้นานขึ้น เม็ดเงินมหาศาลจะหมุนเวียนอยู่ที่นี่ นครพนมจะไม่ใช่แค่มหาวิทยาลัยที่ให้ปริญญา แต่จะเป็นมหาวิทยาลัยที่รับใช้บ้านเกิด สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ให้ท้องถิ่น และเป็นหมุดหมายแห่งอนาคตที่ทุกคนอยากมาเยือน" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว

ศ.ดร.ยศชนัน ยังได้กล่าวปาฐกถาและมอบนโยบายกับนักศึกษากว่า 500 คน ได้ฉายภาพโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ว่า กระทรวง อว. วางเป้าหมายขยายพื้นที่เศรษฐกิจชุมชนจาก 20,000 แห่ง เป็น 47,000 แห่งภายในเวลา 4 ปี โดยกระจายนักวิจัยและบุคลากรจากมหาวิทยาลัยลงไปในทุกพื้นที่ นำองค์ความรู้ไปยกระดับสินค้าและทรัพยากรในท้องถิ่น โครงการต่างๆ ของมหาวิทยาลัยจะต้องใช้ประโยชน์จากทรัพยากรท้องถิ่นให้ได้เกิน 70% และกระจายรายได้เข้าสู่ชุมชนได้อย่างแท้จริง

 

รองนายกฯ และ รมว. อว.ระบุว่า ได้เตรียมเปิดพื้นที่ศูนย์บ่มเพาะ (Incubator) และร่วมกับโครงการ Startup Thailand League  นำไอเดียของกลุ่ม SMEs และนักศึกษามาต่อยอดจับคู่กับนักลงทุนเอกชน สร้างแหล่งทุนใหม่ๆ ที่ไม่ใช่เพียงแค่การกู้ยืมธนาคาร

ส่วนนโยบายการปฏิรูปรูปแบบการศึกษา ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า มหาวิทยาลัยต้องปรับตัวให้เป็นพื้นที่แห่งโอกาส สำหรับคนทุกช่วงวัย ไม่จำกัดเพียงนักศึกษาในระบบ "ทำไมเราต้องรอให้เรียนจบแล้วถึงจะมีรายได้? ทำไมเราทำให้มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่ที่ก้าวแรกที่เขาเดินเข้ามา เขามีรายได้ระหว่างเรียนได้เลย ไม่ต้องพึ่งพารายได้จากทางบ้าน การทำธุรกิจ Local Enterprise คือคำตอบที่ทุกคนสามารถเรียนไปด้วยและทำไปด้วยได้"  และว่าได้ผลักดันระบบ Micro-credit ช่วยเหลือผู้ขาดโอกาสทางการศึกษา กลุ่มเปราะบาง หรือผู้ที่เคยมีปัญหายาเสพติดในทัณฑสถาน ให้เรียนรู้ สะสมหน่วยกิตจากการอบรมวิชาชีพท้องถิ่น เมื่อออกมาแล้วก็นำความรู้กลับไปพัฒนาบ้านเกิดและเทียบโอนเข้าสู่ระบบการศึกษาได้

 

 

#แพทยศาสตร์ศรีโคตรบูรณ์